Percutaneous Transvascular Biopsy
          บางครั้งการทำ Percutaneous biopsy โดยผ่านจากผิวหนัง ไปยังอวัยวะหรือก้อนเนื้องอกโดยตรงนั้นไม่สามารถที่จะทำได้ เช่น ก้อนเนื้องอกในตับของผู้ป่วยที่มีภาวะตับแข็งและมีน้ำในท้อง (ascites) เป็นจำนวนมากหรือ เกิดมีภาวะเลือดหยุดยากร่วมด้วย การแทงเข็ม ไปสู่ตับโดยตรงจะเกิดภาวะที่เป็นอันตรายจากการ ตกเลือดได้ การทำ biopsy liver จะสามารถทำได้ โดยแทงเข็มผ่านทางหลอดเลือดดำที่คอ (Transjugular Liver biopsy)

TIPS ( Transjugular Intrahepatic Portosystemic Shunt )


จะสังเกตุว่า การทำ TIPS เป็นหัตถการที่ต่อเนื่องมาจากการทำ Transjugular Liver biopsy

          หัตการนี้มีเหตุผลหลักคือต้องการที่จะช่วยผู้ป่วยโดยการลด portal venous pressureการทำ porto-systemic shunt สามารถทำได้โดยการทำผ่าตัด porto-caval shunt หรือ portosystemic shunt ในรูปแบบต่างๆ แต่TIPS เป็นการทำ porto-systemic shunt โดยการสอดใส่เครื่องมือต่างๆผ่านทาง jugular vein ที่คอลงไปในตับโดยการแทงเข็มผ่านทาง hepatic vein ไปสู่ portal vein และสร้างทางต่อเชื่อมระหว่างหลอดเลือดทั้งสองโดยผ่านเนื้อตับ มีการใช้เข็ม (needle) สายสวน (catheter) สายสวนที่มีบัลลูน( Angioplasty balloon) และ ลวดถ่างขยาย (stent) เป็นต้น

Intravascular Thrombolysis
          ภาวะที่มีลิ่มเลือดเกิดขึ้นในเส้นเลือด (Vascular Thrombosis) ที่อาจเกิดร่วมกับ การตีบแคบของเส้นเลือดแดง (Arterial Stenosis) ทำให้เส้นเลือดแดงเกิดการอุดตันที่รุนแรงขึ้นกว่าเดิม หรือเกิดขึ้นโดยมีลิ่มเลือดหลุดลอยจากหัวใจไปอุดเส้นเลือดต่างๆทั่วร่างกาย ทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการจากการอุดตันนี้ ตัวอย่างในภาพด้านล่างคือการที่มีลิ่มเลือดลอยไปอุดตันเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงสมองแขนง Middle Cerebral Artery และผู้ป่วยได้รับยาละลายลิ่มเลือดในการรักษา จนเส้นเลือดเปิดขึ้นมาใหม่ได้
          บทบาทของแพทย์รังสีร่วมรักษาในเรื่องนี้ก็คือ การให้ยาละลายลิ่มเลือด (Thrombolysis) ผ่านสายสวนไปยังหลอดเลือดที่มีลิ่มเลือดโดยตรง หรือใช้เครื่องมือไปดูดหรือควักเอาลิ่มเลือดออกมา (Thrombectomy ) สำหรับ Arterial Thrombosis นั้นหลังให้ Thrombolysis แล้วเราอาจจะต้องทำ PTA เส้นเลือดที่มีการตีบตันร่วมด้วย ในขณะที่ถ้าลิ่มเลือดนั้นเกิดจาก DVT ที่ lower limb ซึ่งเป็นมากขั้นรุนแรง เราอาจต้องพิจารณาใส่ IVC filter เพื่อป้องกันการเกิด PE ด้วย

       Lt MCA thrombosis                                      Lt MCA post- thrombolysis
Lt MCA :- Microcath. Intra-arterial thrombolysis

Inferior vena cava filter placement
          ภาวะการมีลิ่มเลือดเกิดขึ้นในเส้นเลือดดำ โดยเฉพาะ เส้นเลือดดำของขา (Deep Vein Thrombosis) เมื่อเกิดขึ้นแล้วจะทำให้การไหลกลับของเลือดดำเป็นไปด้วยความยากลำบาก แต่อันตรายที่เกิดขึ้นก็คือ การหลุดของลิ่ม เลือดเหล่านั้นลอยไปอุดเส้นเลือดที่ปอด (Pulmonary Embolism) ซึ่งอาจรุนแรงจนสามารถทำให้เกิดอาการการแลกเปลี่ยนอากาศของปอดไม่เพียงพอจนทำให้เสียชีวิตได้ หัตถการของรังสีร่วมรักษาที่สามารถช่วยผู้ป่วยเหล่านี้ นอกจากการให้ยาหรือใช้เครื่องมือละลายลิ่มเลือดแล้ว การใช้เครื่องกรองที่สอดใส่เข้าไปในเส้นเลือดดำใหญ่ (Inferior Vena Cava filter placement) ก็เป็นหัตถการที่น่าสนใจของรังสีร่วมรักษา IVC Filter มีทั้งชนิดแบบใส่ถาวร หรือใส่ชั่วคราว และจะมีลักษณะที่แตกต่างกันหลายแบบ

Endovenous Ablation Treatment
           เป็นหัตถการที่ถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อรักษาเส้นเลือดขอดที่ขา (Varicose veins) เพื่อหลีกเลี่ยงการผ่าตัด
           เส้นเลือดขอด (Varicose Veins) คืออะไร ? การทำ Endovenous Ablation เป็นอย่างไร ? คือสิ่งที่จะนำเสนอให้ทราบ
           เป็นหัตถการที่ถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อรักษาเส้นเลือดขอดที่ขา (Varicose veins) เพื่อหลีกเลี่ยงการผ่าตัด
           เส้นเลือดแดงนำเลือดจากหัวใจไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกาย รวมทั้งแขนและขา ส่วนเส้นเลือดดำซึ่งมี one way valve นำเลือดกลับสู่หัวใจ ถ้า valve ทำงานไม่ดี ทำให้มีการไหลย้อนกลับของเลือด ทำให้เส้นเลือดดำที่พื้นผิวของร่างกายพองตัวขึ้น เพราะมีเลือดมาคั่งอยู่ ซึ่งมักจะพบที่บริเวณขาเนื่องจากเป็นส่วนล่างของร่างกาย เส้นเลือดดำที่พองตัวและคดเคี้ยวผิดปกติเหล่านี้เรียกว่า spider veins หรือ varicose veins. Spider veins จะมีขนาดเล็กสีแดงๆ น้ำเงินหรือม่วง ที่ผิวหนัง ในขณะที่ varicose veins จะใหญ่กว่าและอยู่ลึกกว่า spider veins
           ผู้ป่วยที่มีเส้นเลือดขอดมักจะมีอาการเจ็บที่ขาซึ่งเกี่ยวข้องกับ เส้นเลือดดำที่ผิดปกตินี้ อาการจะมากขึ้นถ้ายืนนานๆ อาการอื่นที่เกิดขึ้นได้แก่ fatigue, heaviness, aching, burning , throbbing , itching, cramping and restlessness of the legs. ขาจะบวมๆ อาการเส้นเลือดขอดอาจทำให้เกิด eczema เนื่องจากผิวหนังเกิดการขาดอาหาร มีการอักเสบหรือ เกิดแผลขึ้นได้
           การตรวจร่างกายมีความสำคัญ ซึ่งจะช่วยในการวินิจฉัย และประเมินความรุนแรงของโรค นอกจากการตรวจร่างกายแล้ว การตรวจด้วย duplex ultrasound ก็จะให้ข้อมูลสำคัญหลายประการซึ่งจะไม่สามารถที่จะทำได้โดยการตรวจร่างกายธรรมดา

สาเหตุของการเกิด varicose veins
           เชื่อกันว่ากรรมพันธุ์ เป็นปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้เกิด varicose and spider veins. ผู้หญิงมีโอกาสเป็นสูง ปัจจัยที่เกี่ยวกับฮอร์โมน เช่น การใช้ยาคุมกำเนิด วัยหมดประจำเดือนเป็นต้น การตั้งครรภ์ทำให้ระดับฮอร์โมนสูง และเพิ่ม blood volume ซึ่งทำให้เกิดการขยายตัวของเลือดดำ เส้นเลือดขอดที่เกิดระหว่างตั้งครรภ์มักจะดีขึ้นหรือหายภายใน 3 เดือนหลังคลอด แต่อย่างไรก็ตามการตั้งครรภ์หลายๆครั้งทำให้เกิดการคงอยู่ของเส้นเลือดขอด ปัจจัยอื่นๆที่มีส่วนร่วมได้แก่ อายุที่มากขึ้น อาชีพที่เกี่ยวข้องกับการยืนนานๆ ความอ้วน และมีการอุดตันของทางเดินเลือดดำในส่วนลึกที่บริเวณขา (deep vein thrombosis) เป็นต้น
           เส้นเลือดขอดมักจะได้รับการรักษาโดยหลักการสำคัญคือ เพื่อความสวยงาม หรือมีอาการเช่น เจ็บปวด หรือมีอาการดังกล่าวข้างต้น
           Saphenous Vein Ablation เป็นวิธีการหนึ่งในการรักษาเส้นเลือดขอดที่ขา ที่เป็นค่อนข้างจะรุนแรง เทคนิคนี้เกิดขึ้นไม่นานนัก แต่เเป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลาย และเชื่อกันว่าจะทำให้ การทำผ่าตัดใหญ่ Surgical Stripping ถูกทดแทนโดยวิธีการนี้ ซึ่งอาจจะร่วมไปกับการทำ Sclerotherapy และ Ambulatory Phlebectomy ไปพร้อมๆกันได้
           การทำ Endovenous ablation นั้น ประสบการณ์ในระยะแรกมักจะเป็น greater saphenous vein เพราะอยู่ลึกจากผิวหนังและทำได้ปลอดภัยกว่า lesser saphenous vein. แต่มี ข้อที่ควรระลึกถึง 2 ประการก่อนทำ Endovenous ablation ก็คือ ต้องไม่มี deep venous thrombosis และ ผู้ป่วยต้องทราบว่า saphenous vein ของเขาจะต้องถูกทำลายจนไม่สามารถจะนำมาใช้ประโยชน์ในเรื่องอื่นได้อีก เช่นนำมาทำเป็นเส้นเลือดสำรองในการตัดต่อกับเส้นเลือดอื่นในร่างกายเวลาเกิดปัญหาในภายหลังได้


ภาพแสดง ผลของการรักษาโดยวิธีการ Endovenous Ablation ก่อนและหลังทำประมาณ 1 อาทิตย์

Nonvascular Interventional Radiology

Percutaneous needle aspiration or biopsy
           การใช้เข็มขนาดต่างๆ ซึ่งมักจะเป็นขนาดเล็กๆที่จะทำให้ไม่เกิดอันตรายต่อผู้ป่วย เข้าไปสู่ร่างกายในส่วนที่มีพยาธิสภาพ โดยอาศัยการชี้นำทางโดยเครื่องมือตรวจพิเศษต่างๆ เช่น เครื่องเอกซเรย์ส่องตรวจ (fluoroscopy), เครื่องตรวจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (ultrasound),เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (computed tomography) เป็นต้น เมื่อได้ตำแหน่งที่ดีแล้วการใช้เข็มดูดพยาธิสภาพที่เป็นน้ำ หรือใช้เข็มดูดหรือตัดชิ้นเนื้อของพยาธิสภาพที่เป็นก้อนเนื้อนั้นๆไปตรวจ ก็สามารถทำได้อย่างปลอดภัย โดยเฉพาะพยาธิสภาพที่เป็นน้ำการใส่สายระบาย (percutaneous drainage) ก็เป็นขบวนการที่ต่อเนื่องไปจากวิธีการใช้เข็มเจาะดูดนี้


ภาพอัลตราซาวด์ แสดงภาพของเข็มถูกแทงผ่านผิวหนังไปสู่ก้อนหนองที่อยู่ในช่องท้องได้อย่างแม่นยำและแน่นอนเพราะสามารถมองเห็นได้ตลอดเวลาที่แทงเข็ม



ภาพเข็มตัดชิ้นเนื้อแบบ Tru-Cut
Percutaneous Drainage or PCD
           เป็นวิธีการที่รังสีแพทย์สามารถนำเอาของเสียที่คั่งอยู่ในร่างกายไม่ว่าจะเป็นนำเหลือง น้ำหนอง น้ำปัสสาวะ หรือน้ำดี ที่ตกค้างที่ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย หรืออาจมีการอุดตันทางระบายปกติแพทย์จะช่วยเหลือผู้ป่วยโดยการใส่สายสวนผิวหนัง และส่วนที่ไม่เป็นอันตรายของร่างกาย เข้าไปดูดเอาของเสียเหล่านั้นออกมาและคาสายระบายไว้ โดยไม่ต้องทำการผ่าตัด วิธีการระบายหนองที่คั่ง( Percutaneous Abscess Drainage) วิธีการระบายน้ำปัสสาวะที่คั่งอยู่ในไต (Percutaneous Nephrostomy) วิธีการระบายน้ำดีที่คั่งอยู่ในตับ ( Percutaneous Transhepatic Biliary Drainage) คือเทคนิคที่เกิดจากการใช้เครื่องมือตรวจพิเศษเป็นตัวชี้นำทาง และใส่สายระบายได้อย่างถูกต้อง แม่นยำและปลอดภัย

ภาพสายระบายแบบต่างๆ และการระบายของเสียในร่างกายจากอวัยวะต่างๆ


Percutaneous Transhepatic Biliary Stenting
           โดยปกติการอุดตันของท่อทางเดินน้ำดี นอกจากการใส่สายระบาย ดังที่แสดงข้างต้นแล้ว หากการอุดตันนั้นไม่สมบูรณ์ และเราสามารถใส่ลวดนำ หรือท่อขยายผ่านช่องตีบตันนี้ได้ เราก็จะสามารถ ขยายช่องนี้ จนใส่ ลวดถ่างขยายของทางเดินน้ำดี (Biliary Stent)ได้ การใส่ลวดถ่างขยายสามารถใส่โดยผ่านเนื้อตับ หรือใส่ผ่านทางระบบทางเดิน อาหาร (ERCP) ก็ได้


Percutaneous FB removal
           ตัวอย่างของการนำสิ่งแปลกปลอมที่อยู่นอกระบบหลอดเลือดออกจากร่างกาย โดยหัตถการรังสีร่วมรักษา ได้แก่การนำ นิ่วที่ค้างอยู่ในท่อนำดีหลังการผ่าตัดถุงน้ำดี ออกโดยผ่านทางรูสาย T-Tube


Percutaneous Tumor Ablation
           เป็นหัตการที่ต่อเนื่องมาจากการทำ Percutaneous aspiration หรือ biopsy เพราะเราสามารถฉีดสารบางอย่างเข้าไปทำลายเนื้องอกโดยตรงในบางอวัยวะได้ เช่น ตับหรือไต เป็นต้น โดยอาศัยหลักการของหัตถการข้างต้น จึงเกิดเทคนิคของ Percutaneous (Absolute) Ethanol Ablation (PEA) หรือใช้พลังงานอื่นๆ ส่งผ่านเข็มเข้าไปทำลายเนื้องอกในร่างกาย เช่น Radiofrequency Ablation , Microwave Ablation หรือ Cryo Ablation เป็นต้น




เนื่องจากเป็นหัตถการที่ผู้ป่วยจะมีอาการปวดค่อนข้างมากในระหว่างทำ RF ablation จึงต้องให้วิสัญญีแพทย์มาให้ยาระงับปวดและทำให้ผู้ป่วยไม่รู้สึกตัว ในระหว่างการให้ความร้อน จนสิ้นสุดการทำหัตถการ


           เทคนิคต่างๆ เหล่านี้จะถูกนำเสนออย่างละเอียด ในการประชุมวิชาการของสมาคมฯ ในวาระต่างๆ เช่นการประชุมวิชาการประจำเดือน การประชุมวิชาการประจำปี เป็นต้น โดยคณะกรรมการวิชาการของสมาคมฯ และวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งจะเชื่อมโยงกับการศึกษาต่อเนื่องของแพทย์ ผู้สนใจจะสามารถติดตามได้เป็นระยะๆ ต่อไป อย่างไรก็ตามหากมีท่านผู้สนใจต้องการที่จะได้รับความรู้ทางวิชาการ เป็นกรณีพิเศษ หรือต้องการสอบถามข้อมูลใดๆ กรุณา ติดต่อเรา



 

 

ข่าวสารสำหรับสมาชิกสมคมฯ
ประวัติของสมาคมฯ

อาจารย์ร่มไทร
"กับรังสีร่วมรักษา"


บันทึกโดย ศ. เกียรติคุณ
น.พ. นรา แววศร


© Copyright 2004 The Thai Society of Vascular & Interventional Radiology.
WorldMedic